โพสเวบดันโซเชียลฟรี โพสขายฟรีใหม่ๆ

หมวดหมู่ทั่วไป => ประกาศฟรีออนไลน์ ซื้อ-ขายออนไลน์ ใหม่-มือสอง => ข้อความที่เริ่มโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 23 มกราคม 2026, 12:46:46 น.

หัวข้อ: วิธีการให้อาหารสายยางแก่ผู้ป่วย
เริ่มหัวข้อโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 23 มกราคม 2026, 12:46:46 น.
วิธีการให้อาหารสายยางแก่ผู้ป่วย (https://dseelin.co.th/)

การให้อาหารทางสายยาง (Tube Feeding) เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความระมัดระวังและความสะอาดอย่างสูงสุด เพื่อป้องกันการ "สำลัก" เข้าปอดและการ "ติดเชื้อ" ในระบบทางเดินอาหารครับ

ขั้นตอนการปฏิบัติอย่างละเอียดที่สามารถทำตามได้ที่บ้านครับ

1. การเตรียมตัวก่อนให้อาหาร
ทำความสะอาด: ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนหยิบจับอุปกรณ์

เช็กอุณหภูมิอาหาร: อาหารควรอยู่ที่อุณหภูมิห้อง (หากนำออกมาจากตู้เย็น ให้ตั้งทิ้งไว้จนหายเย็นก่อน ห้ามอุ่นในไมโครเวฟโดยตรงเพราะอาจร้อนเป็นจุดๆ จนลวกทางเดินอาหารได้)

จัดท่าทาง (สำคัญมาก): ให้ผู้ป่วย นอนหนุนหมอนสูงหรือนั่งประมาณ 30-45 องศา เสมอ เพื่อป้องกันอาหารขย้อนกลับมาที่หลอดลม


2. ขั้นตอนการให้อาหาร (เทคนิคการใช้กระบอกฉีดยา)
เช็กตำแหน่งสาย: ตรวจสอบว่าพลาสเตอร์ที่ติดจมูกยังแน่นดี รอยขีดที่สายยังอยู่ที่เดิมหรือไม่

เช็กอาหารค้าง (Residual): * ใช้กระบอกฉีดยา (Syringe) ต่อเข้ากับจุกสายยางแล้วดูดออกมาดู

ถ้าดูดออกมาได้ เกิน 50-100 ซีซี แสดงว่ามื้อก่อนยังย่อยไม่หมด ให้เลื่อนการให้อาหารออกไป 1 ชม. แล้วเช็กใหม่ (หากดูดได้น้อย ให้ดันกลับเข้าไปที่เดิม)

ไล่อากาศ: ดูดอาหารใส่กระบอกฉีดยาให้เต็ม ไล่อากาศออก เพื่อป้องกันลมเข้าท้องผู้ป่วย (ท้องอืด)

เริ่มให้อาหาร: ปล่อยให้อาหารไหลช้าๆ โดยใช้ แรงโน้มถ่วง (ยกกระบอกสูงจากตัวผู้ป่วยประมาณ 1 ฟุต) ไม่ควรออกแรงดัน เว้นแต่อาหารหนืดเกินไป

ระวังลมเข้า: อย่าให้อาหารหมดกระบอกจนเห็นอากาศ ให้เติมอาหารลงในกระบอกต่อเรื่อยๆ จนครบปริมาณที่กำหนด


3. ขั้นตอนหลังให้อาหารเสร็จ
ล้างสาย (Flush): เมื่อให้อาหารครบแล้ว ให้ดูด น้ำสะอาด ประมาณ 30-50 ซีซี เพื่อล้างคราบอาหารที่ค้างในสายยาง ป้องกันสายบูดและสายอุดตัน

ปิดจุก: ปิดจุกสายยางให้สนิท เช็ดทำความสะอาดรอบๆ ปากสายยาง

คงท่าเดิมไว้: ให้ผู้ป่วย นอนท่าศีรษะสูงต่ออีกอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ห้ามให้นอนราบทันทีเด็ดขาด เพราะเสี่ยงต่อการสำลักและปอดติดเชื้อสูงมาก


⚠️ สัญญาณอันตรายที่ต้องหยุดให้ทันที!
หากขณะให้อาหารผู้ป่วยมีอาการดังนี้ ให้หยุดและรีบติดต่อแพทย์:

ไอ หรือจามรุนแรง (สายอาจเคลื่อนไปที่หลอดลม)

หน้าเขียว คลื่นไส้ หรืออาเจียน

หายใจหอบเหนื่อย

🧼 การดูแลรักษาอุปกรณ์
ล้างกระบอกฉีดยาและถ้วยอาหารด้วยน้ำยาล้างจานให้สะอาด ล้างน้ำเปล่าหลายๆ รอบ แล้วผึ่งให้แห้งในที่สะอาด

เปลี่ยนกระบอกฉีดยาและอุปกรณ์ตามระยะที่พยาบาลแนะนำ (ส่วนใหญ่มักจะเปลี่ยนทุก 1 สัปดาห์ หรือเมื่อเริ่มฝืด)