ผู้เขียน หัวข้อ: ผู้ป่วยที่ให้ อาหารสายยาง จะสามารถกลับมาทานอาหารได้ปกติหรือไม่ ?  (อ่าน 7 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1086
    • ดูรายละเอียด
ผู้ป่วยที่ให้ อาหารสายยาง จะสามารถกลับมาทานอาหารได้ปกติหรือไม่ ?

คำตอบคือ "สามารถกลับมาทานได้ครับ" ในหลายกรณี แต่ต้องผ่านกระบวนการประเมินและฟื้นฟูอย่างเป็นระบบครับ การให้สารอาหารทางสายยาง (Tube Feeding) มักถูกใช้เป็น "สะพานเชื่อม" เพื่อประคับประคองร่างกายในช่วงที่ผู้ป่วยยังไม่พร้อมเท่านั้น ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการทานอาหารทางปากเสมอไปครับ

ปัจจัยที่จะบอกว่าผู้ป่วยจะกลับมาทานได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับ 3 องค์ประกอบหลักดังนี้ครับ:


1. สาเหตุที่ทำให้ต้องใส่สายยาง (Root Cause)

กรณีที่กลับมาได้สูง: ผู้ป่วยที่ใส่สายชั่วคราวจากการผ่าตัด, การติดเชื้อรุนแรง, หรือผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ที่อาการเริ่มคงที่และมีการฟื้นตัวของระบบประสาท

กรณีที่ท้าทาย: ผู้ป่วยที่มีพยาธิสภาพถาวร เช่น มะเร็งบริเวณลำคอที่ต้องตัดเนื้อเยื่อสำคัญออก หรือโรคทางระบบประสาทเสื่อมถอย (Dementia) ระยะท้าย ซึ่งต้องเน้นการประคับประคองคุณภาพชีวิตแทนครับ


2. การฟื้นฟูการกลืน (Swallowing Rehabilitation)

ก่อนจะถอดสายยาง ผู้ป่วยต้องผ่านการฝึกที่เรียกว่า "Swallow Therapy" โดยนักกิจกรรมบำบัดหรือพยาบาลเฉพาะทาง:

การฝึกกล้ามเนื้อปากและลิ้น: เพื่อให้มีแรงเคี้ยวและควบคุมก้อนอาหาร (Bolus) ได้

การกระตุ้นจุดรับความรู้สึก: เพื่อให้กลไกการปิดหลอดลมทำงานได้ทันทีเมื่อมีการกลืน ลดความเสี่ยงปอดอักเสบ

การทดสอบการกลืน (Swallow Test): มักเริ่มจากจิบน้ำเปล่า หรืออาหารที่มีความหนืดคล้ายพุดดิ้ง เพื่อเช็กว่ามีการไอหรือสำลักหรือไม่


3. กระบวนการเปลี่ยนผ่าน (Transition Phase)

เมื่อผู้ป่วยเริ่มกลืนได้ แพทย์จะยังไม่ถอดสายยางทันที แต่จะใช้วิธี "ทานเสริม":

Step 1: เริ่มให้ทานอาหารอ่อนทางปากควบคู่ไปกับการให้อาหารทางสายยาง

Step 2: ค่อยๆ ลดปริมาณอาหารทางสายยางลง เมื่อผู้ป่วยเริ่มทานทางปากได้ปริมาณแคลอรีเกิน 75% ของที่ร่างกายต้องการ

Step 3: เมื่อทานได้ครบถ้วนและน้ำหนักตัวคงที่ จึงจะพิจารณาถอดสายยางออกครับ


ตารางประเมินความพร้อมเบื้องต้น

สัญญาณที่บอกว่า "พร้อม"                         สัญญาณที่ต้อง "ระวัง"

ผู้ป่วยมีความตื่นตัว รู้ตัวดี (Alert)                   มีอาการไอหรือสำลักทุกครั้งที่จิบน้ำ
สามารถนั่งตัวตรงได้นานเกิน 30 นาที           เสียงเปลี่ยน (เสียงแหบหรือเสียงเหมือนมีน้ำในคอ)
มีการเคลื่อนไหวของลิ้นและขากรรไกรที่ดี   มีประวัติปอดอักเสบซ้ำซ้อนบ่อยๆ
ควบคุมน้ำลายได้ดี ไม่ไหลย้อย                 ผู้ป่วยมีภาวะสับสน สั่งให้กลืนไม่ได้